
บุกเบิกธุกิจหมูปิ้งฮีโร่ได้ถึง 10 สาขา ในช่วงวิกฤตโควิด19ที่ผ่านมาจนหลายคนชื่นชมสำหรับนักร้องหนุ่ม “ณัฐวุฒิ ศรีหมอก” หรือ “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ล่าสุดในงานประกาศรางวัล “Season Awards” ครั้งที่ 31 เจ้าตัวได้สัมภาษณ์ในถึงเรื่องธุรกิจที่ดูเหมือนจะดีวันดีคืนให้ฟัง
หมูปิ้ง 10 สาขาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง
“ก็มีบางอันก็แย่ บางอันก็ดีครับ ก็เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ แต่ว่าทุกทำเลมันก็มีความตื่นเต้นเร้าใจต่างกันไป ก็พยายามที่จะดูแลให้ครบถ้วน แล้วก็ปรับปรุงให้ดีอยู่นะครับ”
การคุมมาตรฐานมันยากไหม
“มันยากตรงที่คุมมาตราฐานนี่แหละครับ เพราะว่าแต่ละที่ มันก็ไม่สามารถคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเราก็ยังเป็นแบรนด์เล็กๆ อยู่ ก็พยายามจะเรียนรู้ตรงนี้ และทำให้ดีที่สุดอยู่นะครับ”
ที่ผ่านมากำไรประสบความสำเร็จแค่ไหน
“ก็พออยู่ได้ครับ จากที่หวังไว้เล็กๆ ตอนนี้ก็พออยู่ได้ ก็คิดว่าน่าจะทำไปยาวๆ ได้ แต่ว่ามันยังเป็นอยู่ในระหว่างการเรียนรู้ อยู่ในระหว่างการผิดพลาด ก็ค่อยๆ ซ่อมไปทำไปครับ”
มีสาขาไหนแบบไม่ไหวบ้างไหม
“มีบ้างเหมือนกันครับ ก็ตอนนี้รามคำแหงก็ไม่ไหว ก็ว่าจะปิดแล้ว บางอันก็ขึ้นใหม่ ก็ลองทำใหม่ไปเรื่อยๆ คือพอมันเป็นร้านเล็กๆ มันก็เลยค่อนข้างเคลื่อนไหวง่าย มันก็แค่เพลิงครับ มันก็เลยไม่ได้ยากอะไร (ยังได้กำไร ยังไม่ขาดทุนใช่ไหม?) ก็ยังไปเรื่อยๆ อยู่ครับ”
เคยย้อนกลับไปคิดไหม ว่าเราจะมาประสบความสำเร็จในการขายหมูปิ้ง
“อย่าเรียกว่าประสบความสำเร็จเลยครับ ถามว่าคิดไหม ว่าเราจะมาทำอาชีพนี้ ก็ไม่เคยคิดมาก่อน เพราะว่าจากที่ผ่านมา เราก็คิดว่ามันเป็นอาชีพที่ค่อนข้างไปได้ดี แต่ว่า ณ โมเมนต์นี้ เราก็เข้าใจแล้วว่า คนเราใันจะมีท่อน้ำเลี้ยงเดียวไม่ได้แล้ว ยิ่งเรามีครอบครัว มันต้องคิดแผนสำรองเผื่อไว้เยอะๆ คิดว่าอันนี้ก็เป็นแผนสำรองที่ดีในอนาคตมากกว่าครับ”
ตอนนี้ขยายโครงการเพิ่มไหม หรือหยุดไว้ก่อน
“มีโครงกานอีกเพียบเลยครับ ตอนนี้ก็คือแจ่วปลาร้าก็กำลังจะทำขายอยู่ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าครับ เดี๋ยวจะเชิญพี่ๆ นักข่าวมาอีกที แล้วก็มีโครงการอยากทำรองเท้าสนีกเกอร์ครับ”
งานร้องเพลงไม่มีเลยเหรอ
“มันยังไม่มีไงครับ(หัวเราะ) อะไรที่มันยังไม่มี ยังไม่มา เราก็ยังไม่ได้ทำครับ อะไรที่ทำได้ก็ทำไปก่อน ตอนนี้สนุกกับการทำธุรกิจครับ ก็ได้เรียนรู้ แล้วก็พยายามที่จะต่อยอดตรงนี้เป็นความรู้ไปเรื่อยๆ ครับ”
ทำเพลงยุคโควิด-19 ท้อไหม
“ไม่ท้อครับ สนุกดี แต่ว่าก็ยังปล่อยออกไปแล้วผลจะเป็นยังไง น่าจะต้องศึกษากันอีกยาวครับ งานโชว์ก็ยังไม่มีเลย (หัวเราะ) วันก่อนเพิ่งมีมางานหนึ่ง แล้วก็ว่างไปอีก 2 เดือนครับ ว่างที่สุดตั้งแต่เป็นศิลปิน คือที่ผ่านมาโควิดยังพอมีงานทุกเดือน แต่เดือนสิงหาคมเนี่ยมีงานอยู่ 3 วัน คือถ่ายรายการแค่ 3 วันจริงๆ ผมไม่เคยเห็นคิวตารางผมว่างขนาดนี้มาก่อน ก็เลยคิดว่าต้องทำธุรกิจยาวๆ”
รายรับมันโคฟเวอร์กับรายจ่ายไหม
“ก็พออยู่ได้ครับ ตอนนี้มีหมูปิ้งมา มันก็โคฟเวอร์รายจ่ายในบ้าน เงินเดือนน้องๆ เรา ก็พออยู่กันได้ครับ แต่ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่ถามว่าลำบากไหม ตอนนี้ก็ดีขึ้น”
หมูปิ้งจะตั้งเป้าไปถึงขั้นไหน
“อยากมีโรงงานครับ เฮียนพหมูปิ้งเขาบอกว่าถ้าอบากรอดให้ได้ในธุรกิจนี้ เราต้องมีโรงงานเป็นของตัวเอง”
น้องชูใจเป็นอย่างไรบ้าง
“ไปเรียนแล้วครับ ช่วงนี้ก็เรียนวันเว้นวัน เว้นระยะห่างให้มากขึ้น โรงเรียนเขามีมาตราการที่ดี ก็คือให้พ่อแม่ไปส่งแล้วก็ไม่ได้ให้เข้าแถวอะไร มีการเว้นระยะที่ดร เขาป้องกันดี ผมว่าน่าจะดีก็เลยไม่ได้ห่วงอะไร แต่ถามว่าอุ่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ก็ไม่ แต่ว่าก็ไม่ได้ห่วงจนไม่ให้ลูกไป”
ธุรกิจที่เขาพูดไปข้างต้นจะได้เห็นกันเมื่อไหร่
“ภายในปีนี้แน่นอนครับ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผมว่าเดือนหน้าก็น่าจะได้เห็นกันแล้วครับ ส่วนรองเท้าน่าจะเป็นปลายปี”
เราเป็นศิลปินแล้วมาทำธุรกิจ เราต้องศึกษาอะไรเพิ่มเติมไหม
“ค่อนข้างโชคดีที่เราได้พันธมิตรที่ดี แต่ถามว่าเรารู้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ก็ไม่ แต่สิ่งที่เราทำ เราชอบในสิ่งนั้น อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า มันก็เป็นสิ่งที่เราอยากใช้ในบ้าน พวกเครื่องฟอกอากาศ พวกเครื่องดูดฝุ่น ซึ่งบ้านเราเลี้ยงแมว เราก็จะรู้ว่ามันช่วยได้จริงๆ”
ต้องใช้เงินลงทุนมากน้อยแค่ไหน
“พอสมควรครับ ก็เรียกว่าเอาสิ่งที่ลงทุนในหมูปิ้งมาหมุนกันได้ ไม่ถึงหลักสิบครับ ไม่ถึงขนาดนั้น ก็ต้นๆ”