
ย้อนไปวันอาทิตย์ที่21มิถุนายนเกมพรีเมียร์ลีกระหว่างนิวคาสเซิ่ลกับเชฟฯยูไนเต็ดซึ่งอาจไม่ใช่เกมที่น่าสนใจนักสำหรับคอบอลทั่วไปแต่ว่ากันว่าผู้คนของซาอุดิอาระเบียมีความตื่นเต้น นั่นเพราะทีมดาบคู่มีเจ้าของเป็นซาอุฯขณะเดียวกันเวลานั้นทุกคนมีความมั่นใจว่าอีกไม่ช้าก็จะมีอีกสโมสรตามมาอันได้แก่สาลิกาดง
เพียงแต่การดูถ่ายทอดสดนั้นมีอยู่เพียงช่องทางเดียว…ลักลอบลิขสิทธิของ”บีอิน”(beIN)
พรีเมียร์ลีกกับบีอินถือเป็นพันธมิตรที่ดีมาหลายปีดังนั้นก็มีความพยายามฟ้องนับรวมได้ถึง 9 ครั้งแต่ผลลัพธ์ก็กระดอนเหมือนเดิมทุกครั้ง ความจริง”beoutQ”ซึ่งเป็นเครือข่ายทีวีของซาอุฯไม่ใช่แค่ขโมยมาจากบีอินแต่ก็ยังมีจากหลายเจ้าทั่วโลกอีกด้วย มีฉายเกือบครบทุกประเภทกีฬา พวกเขาทำตัวจับเสือมือเปล่า สิ่งนี้จึงสร้างความไม่พอใจกับทางกาตาร์อย่างยิ่ง
ข่าวใหญ่ที่ออกมาช่วงบ่ายวันพฤหัสฯเวลาท้องถิ่นของอังกฤษจึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ มีการเป่าปากโล่งอกจากหลายคนทว่าก็มีเสียงก่นด่ารวมถึงไม่สบอารมณ์จากบางคนโดยเฉพาะบรรดาทูน อาร์มี่ส์ พวกเขาแช่ขวดแชมเปญรอวันฉลองมานานแล้ว
.jpg)
“เป็นวันที่หัวใจสลาย พวกเราต้องอดทนภายใต้ไมค์ แอชลี่ย์มา 13 ปีซึ่งไม่เคยลงทุนเพื่อสโมสรเลย พวกเราต้องการเจ้าของใหม่ที่พร้อมจะทำเพื่อสโมสรและแฟนบอลแต่ตอนนี้มันทำให้ทุกคนหัวเสียมาก”หนึ่งในกองเชียร์นิวคาสเซิ่ลได้กล่าวไว้กับสถานีบีบีซี
ครับ ข่าวกลุ่มทุนซาอุฯถอนข้อเสนอเข้าเทกโอเวอร์สโมสรที่มีสัญลักษณ์สีขาว-ดำก็เริ่มต้นมาจากความยืดเยื้อที่ไม่สามารถหาบทสรุปกันได้ยาวนานร่วม4 เดือน ประเด็นหลักอยู่ที่ว่าทางรัฐบาลผู้ดีเองก็ไม่อยากมาก้าวก่ายซึ่งแม้จะทราบว่าเบื้องหลังเป็นอย่างไรเนื่องจากพวกเขาเองก็จับมือทำธุรกิจกับทางซาอุฯมาก่อน
ว่ากันว่าการประชุมของบรรดาบอร์ดพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมาก็มีการเอาเรื่องนี้มาคุยกัน แน่นอนว่าเสียงของบางสโมสรแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวชัดเจนว่าไม่ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ซึ่งใครก็รู้ว่ามีผู้บงการชื่อว่า”โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน”
มีการเปิดเผยชื่อออกมาว่าสองสโมสรที่เป็นผู้นำต่อต้านมาตลอดได้แก่ลิเวอร์พูลกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส
“มันต้องเกี่ยวกับละเมิดลิขสิทธิพันเปอร์เซนต์ เรื่องอื่นเป็นการแก้ตัวเท่านั้น ข้อเสนอมันโดนโยนเข้าถังขยะตั้งแต่ที่ทางซาอุฯเองก็ยังทำตัวไม่สนใจใครแม้WTO(World Trade Organization)จะได้กล่าวเตือนแล้ว ทางพรีเมียร์ลีกก็ได้บอกพวกเขาไปร่วมเดือนว่าให้เคลียร์ความบริสุทธิ์ให้ได้ว่ากลุ่มทุนที่เข้ามาซื้อนิวคาสเซิ่ลไม่ได้มาจากทางรัฐบาลซาอุฯ”วงในที่รู้เรื่องดีลนี้บอกเอาไว้กับสื่อรายหนึ่ง
อมานดา สตาเวลี่ย์ซึ่งหล่อนทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อและเจรจามาตลอดให้กับ”PIF”(Saudi Arabia’s Public Investment Fund)ออกมากล่าวสั้นๆว่า”ผิดหวังมาก”
.jpg)
นำเบื้องหลังทั้งหมดมาไล่เรียงก็ได้ดังนี้
– พรีเมียร์ลีกเคยให้ความมั่นใจกับกลุ่มทุนซาอุฯไปตอนเดือนเมษายนว่าดีลนี้ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆก่อนที่มาเปลี่ยนใจช่วงเดือนมิถุนายน
– ทางกลุ่มทุนซาอุฯพยายามบอกว่าการเข้ามาซื้อนิวคาสเซิ่ลไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องการเมืองเลยเพียงแต่ไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงได้
– นั่นเองทำให้พรีเมียร์ลีกก็ไม่สามารถประทับตราให้ดีลนี้ผ่านได้ ทุกอย่างเลยยืดเยื้อซึ่งก็ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะจบลงตอนไหน
– การถอนข้อเสนอครั้งนี้เป็นความเห็นชอบจากทุกฝ่ายโดยทางกลุ่มทุนซาอุฯเป็นคนยื่นความต้องการก่อนตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
– ก็ยังมีการมองโลกในแง่ดีว่าดีลนี้อาจจะกลับมาได้
มีการขุดคุ้ยถึงเหตุผลว่าทำไมซาอุฯถึงอยากกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมกับวงการลูกหนังผู้ดี ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยมีข่าวว่าสนใจเข้าหุบกิจการต่อจากตระกูลเกลเซอร์ เพียงแต่ด้วยมูลค่าที่มหาศาลจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่ยุ่งยากรวมถึงตามสายตาของกลุ่มทุนที่ว่ากันว่ามีสินทรัพย์หลัก”ล้านล้านปอนด์”แล้วก็มั่นใจว่าเอาแค่สโมสรอย่างนิวคาสเซิ่ลนี่แหละก็เพียงพอ
.jpg)
“เอาทีมระดับกลางซึ่งที่ผ่านมาดูมีปัญหามากมายแต่ถ้าพวกเราทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้ นั่นจะได้เครดิตมากกว่าทำทีมใหญ่ให้เป็นแชมป์”เป็นคำพูดของคนข้างใน
“ถ้าคุณคิดอย่างหยาบๆถึงเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงลงทุนกับนิวคาสเซิ่ลก็ต้องพิจารณาถึงสามโปรเจกต์ใหญ่ที่ทางซาอุฯเคยประกาศมาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะการจัดF1ปี2023, เมืองไฮเทคล้ำสมัย Neom รวมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่Red Seaซึ่งพวกเขาใช้เงินไปกี่ล้านล้านดอลล่าร์แล้ว”ไซม่อน แชดวิค ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกได้เคยกล่าวไว้
บิน ซัลมานเองเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานโดยผลงานของมกุฎราชกุมารซาอุฯเป็นที่ยอมรับจากประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ให้โรงภาพยนตร์เปิดอีกครั้งหลังปิดไปตั้งแต่ปี1979, มีการจัดคอนเสิร์ตได้ครั้งแรก, จ้างให้มีมวยปล้ำWWEมาโชว์, จัดการดวลกำปั้นศึกหยุดโลกชิงแชมป์เฮฟวี่เวทตลอดจนให้ฟุตบอลรายการอิตาเลี่ยน ซูเปอร์ คัพกับสแปนิช ซูเปอร์ คัพมาเตะเพื่อปลุกกระแสบ้ากีฬา
มันมีจดหมายที่ถูกเขียนขึ้นจากอีกบางฝ่ายถึงพรีเมียร์ลีกเพื่อคัดค้านการเข้ามาของกลุ่มทุนซาอุฯ นอกจากเรื่องละเมิดลิขสิทธิแล้วแน่นอนก็ยังโดนโจมตีเรื่องมนุษยธรรมไม่ว่าการฆาตกรรมนักข่าวจามาล คาช็อคกีหรือว่าสงครามอันร้อนระอุที่เยเมน
.jpg)
ขณะเดียวกันก็เชื่อด้วยว่าพรีเมียร์ลีกเองก็หวั่นเกรงว่าถ้าอนุมัติให้เข้ามาแล้วมิตรภาพระหว่างพวกเขากับบีอินก็อาจขาดสะบั้น การยกเลิกสัญญาขอซื้อลิขสิทธิถ่ายทอดสดก็อาจเกิดขึ้น อย่าลืมว่าบางเรื่องมันละเอียดอ่อนยิ่ง ทุกวันนี้พรีเมียร์ลีกก็รับเงินจากบีอินถึง 500 ล้านปอนด์จากสัญญา3ปีซึ่งกำลังหมดลงอีกสองปีข้างหน้า
ตอนที่มีโพลสำรวจว่ากองเชียร์สาลิกาคิดเห็นอย่างไรกับการขอเทกโอเวอร์จากกลุ่มทุนซาอุฯซึ่งพวกเขาเองก็รู้ทั้งรู้ถึงสิ่งที่หลายคนรู้แต่มีถึง 96.7%ที่โหวตว่าต้องการให้ดีลนี้ลุล่วง
กระนั้นผมขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สนับสนุนเห็นด้วยต่อสิ่งที่พรีเมียร์ลีกได้ทำ มันควรมีการเขียนไว้ให้ทุกคนได้ท่องจำ…เขา, พวกเขาหรือใคร
เงินกับอำนาจไม่ควรซื้อได้ทุกอย่างวะ
“ไก่ป่า”
Add friend ที่ @Siamsport
